home
knowledge
care
treatment
ask
payment
map


โรคริดสีดวงทวาร (Hemorrhoids)

++++ ริดสีดวงทวาร คือ อาการของเส้นเลือดดำโป่งพองที่บริเวณขอบทวาร มีทั้งที่บริเวณขอบด้านในและขอบด้านอก เรียก "External hemorrhoids และ Internal hemorrhoids" คนส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าตัวเองเป็นริดสีดวงทวาร จนกว่าจะมีอาการอักเสบอันเนื่องจากการรับประทานอาหารแสลงกับโรค ในปริมาณที่มากกว่าปกติ เช่น ข้าวเหนียว, เนื้อ(วัว/ควาย), อาหารทะเล, ของหมักของดอง( ปลาร้า/หน่อไม้ดอง), เครื่องดื่มอัลกอฮอล์(สุรา/เบียร์) เป็นต้น ทำให้ระบบขับถ่ายผิดปกติจนเป็นเหตุให้อาการกำเริบ ซึ่งแต่ละรายมีอาการมากน้อยแตกต่างกันไป ส่วนใหญ่จะพบว่าตัวเองมีอาการก็เข้าสู่ระยะที่ 1 แล้ว คือ เป็นติ่งไตขนาดเท่าเมล็ดถั่วเขียว มีเลือดสดๆออก ปวดตุ๊บๆ บริเวณปากทวาร(หูรูดทวาร)หลังจากถ่ายผูก และจะหายไปเองเมื่อระบบขับถ่ายเป็นปกติ(ท้องไม่ผูก) บางรายกำเริบไม่นาน บางรายกำเริบเป็นวันหรือหลายวัน แต่ถ้าเป็นคนช่างสังเกตสักหน่อยและเอาใจใส่สุขภาพอยู่บ้างโอกาส เป็นริดสีดวงก็น้อยลง เพราะคนพวกนี้จะไม่ยอมให้ท้องผูกเด็ดขาด ไม่ชอบเบ่งถ่าย ถึงแม้บางวันท้องผูก อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อาจมีอาการแสบหูรูดทวารหลังจากถ่าย(หูรูดฉีกขาด) ก็รีบใช้สมุนไพรทาสมานแผล โอกาสเส้นเลือดโป่งพองก็แทบไม่เกิด เมื่อปราศจากเหตุปัจจัยทำให้เกิดโรค โรคริดสีดวงเลยไม่เกิด แต่ถ้าเป็นคนไม่ช่างสังเกต ไม่เอาใจใส่สุขภาพเลย รับรองได้ริดสีดวงมาเยื่อนในไม่ช้าแน่นอนครับ

++++ ข้อดีของการกำหนดชะตาตัวเอง ผู้ป่วยบางรายเมื่อรู้ว่าตัวเองเป็นริดสีดวงไม่ว่าระยะที่ 1 หรือระยะที่ 2 ก็รีบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคและใช้สมุนไพรตามคำแนะนำของหมอ ไม่นานอาการก็ไม่กำเริบและหัวริดสีดวงก็ไม่ขยายขนาดจนในที่สุด หัวริดสีดวงก็ยุบฝ่อไปเอง อาจใช้เวลาอยู่บ้าง บางรายนานหลายเดือน บางรายนานเป็นปีๆ อาจใช้สมุนไพรทาสมานแผลเป็นครั้งคราวเมื่อท้องผูก โอกาสเส้นเลือดโป่งพองบริเวณรอยฉีกขาดก็ไม่เกิด เพราะหูรูดทวารมีความแข็งแรงและยืดหยุ่นได้ดี

++++ ข้อเสียของการปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยไม่ทำอะไรเลย ผู้ป่วยบางรายไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคปล่อยไปตามกาลเวลา มีโอกาสมากที่หัวริดสีดวงจะขยายขนาดเข้าสู่ระยะที่ 2 และ 3 จนเข้าสู่ระยะสุดท้ายในที่สุด เพราะการถ่ายยาก ท้องผูก ต้องเบ่ง อาการกำเริบจะเกิดขึ้นซ้ำๆจนเป็นกิจวัตรประจำวันแล้วก็สามารถทนได้ในที่สุด และผู้ป่วยคิดว่าเป็นเรื่องปกติของโรคไม่ร้ายแรงอะไร เดียวก็หายเอง หายเองจริงๆครับเพราะถ้าท้องไม่ผูกก็ปกติทุกอย่าง ชีวิตราบรื่นสบายดี แต่เมื่อถึงจุดที่ทนไม่ไหวแล้ว ปวดมาก หัวริดสีดวงโผล่ออกมามากกว่าทุกที ขนาดก็ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมมาก เป็นเหตุให้ต้องทำการผ่าตัดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าผู้ป่วยรายนั้นไม่ทำการผ่าตัด ก็มีโอกาสมากที่จะกลายเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ต่อไปในอนาคต เมื่อถึงตอนนั้นต้องผ่าตัดลำไส้ใหญ่ทิ้งเพื่อรักษาชีวิตเอาไว้ก่อน ตามคำวินิจฉัยของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะเกรงว่ามะเร็งจะรุกลามไปยังอวัยวะภายในอื่นๆ ทำการเปลี่ยนช่องขับถ่ายให้ใหม่มาไว้ที่ช่องท้องผู้ป่วยๆต้องดูแลเรื่องความสะอาดให้ดี เพราะมีโอกาสมากที่จะติดเชื้อจนทำให้เสียชีวิต ที่หมอพูดมาทั้งหมดนี้เป็นเพียงคำเตือนให้ผู้ป่วยที่เป็นริดสีดวงระยะแรก เปลี่ยนแนวคิดใหม่ว่า โรคร้ายหายได้ ป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นได้ แต่ถ้าปล่อยเวลาผ่านไปโดยไม่ทำอะไรเลย ผลก็จะเกิดตามที่หมอได้กล่าวไว้เป็นลำดับ อาจใช้เวลาแค่ 5 ปี 10 ปี 20 ปี บางราย นานกว่า 30 ป




++++ เมื่อระบบขับถ่ายผิดปกติ ทำให้ร่างกายขับกากของเสียไม่ได้ตามธรรมชาติ ทำให้ร่างกายเสียสมดุลเป็นเหตุให้เกิดโรคมากมายเพราะ กากของเสียจะสะสมบริเวณผนังลำไส้ใหญ่และเล็ก จนลำไส้เล็กต้องดูดซึมกากของเสีย(สารพิษ)เข้าไปสะสมในส่วนต่างๆของร่างกาย ซึ่งผลร้ายที่สุดคือ โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือมะเร็งภายในอวัยวะต่างๆ แต่อย่าหมดกำลังใจนะครับ!ทุกอย่างแก้ไขได้ เมื่อระบบขับถ่ายผิดปกติโรคแรก คือ ริดสีดวงทวาร สาเหตุตามที่หมอได้กล่าวไว้ข้างต้น (เริ่มจากระยะที่ 1 จนเข้าถึงระยะที่ 4) แล้วโรคร้ายที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือ มะเร็งลำไส้ใหญ่ (ถ้ารู้ก่อนก็รักษาได้ทัน) ส่วนใหญ่ผู้ป่วยไม่รู้ตัวจะรู้ก็อาจเข้าสู่ระยะสุดท้าย แสดงอาการท้องเสียตลอด มีน้ำแฉะไหลออกมาตลอด มีกลิ่นเหม็นมากๆ ระยะนี้ผู้ป่วยอาจเข้าใจว่า ริดสีดวงหายแล้วเพราะไม่มีเลือดออกมาให้เห็นอีกเลย แต่หัวริดสีดวงจะแข็งหลบอยู่ข้างในกลายเป็นมะเร็งแล้วครับ หมอให้ข้อสังเกตสักนิด คือ ตราบใดที่ยังมีเลือดสดๆออกจากหัวริดสีดวงแสดงว่า ยังโชคดีครับ แต่ถ้าไม่มีเลือดสดๆออกมา มีน้ำแฉะๆไหลออกมาแทน นั่งที่ไหนก็ตูดแฉะ มีกลิ่นเหม็น หมอขอแสดงความเสียใจด้วยครับ แต่อย่าสิ้นหวังนะครับ หาทางรักษากันต่อไป

++++ ปัญหาท้องผูก ยังเป็นปัญหาใหญ่ของคนทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้วมีเครื่องอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น ร้านอาหารจานด่วน เพราะทุกคนต่างเร่งรีบ เครียดกับกิจกรรมในแต่ละวัน ขาดการออกกำลังกาย ไม่มีเวลาพักผ่อน จนทำให้พฤติกรรมการขับถ่ายเปลี่ยนไปจากอดีต ถ้ามีเวลาควรนั่งคิดทบทวนดูว่าแต่ละวันคุณใช้ชีวิตแบบไหนในทุกวันนี้ นอกจากการทำงานเพื่อเงินหรือทำเงินแล้ว สุขภาพดีก็เป็นสินทรัพย์อย่างหนึ่งที่ต้องสะสมเหมือนกันนะครับ หากคุณเป็นนักลงทุนคุณจะรู้ว่า ถ้าไม่สนใจสุขภาพแล้วละก็สุขภาพจะดูดเงินคุณไปหมดในที่สุด หมอเชื่อว่า คนส่วนใหญ่มีความรู้เกี่ยวกับอาหารที่มีกากใยพอสมควร แต่น้อยคนที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคและการใช้ชีวิตได้ คุณสังเกตไหมครับว่า บางคนท้องไม่ผูก บางคนกินผักตั้งมากแต่ก็ยังท้องผูกอีก เนื่องจากแต่ละคนมีธาตุเจ้าเรือนแตกต่างกัน มีระบบการเผาผลาญอาหารต่างกัน ส่งผลให้ระบบขับถ่ายต่างกัน คุณสังเกตไหมครับว่า บางครอบครัวไม่เป็นริดสีดวง บางครอบครัวกินผักตั้งมากแต่ก็ยังเป็นริดสีดวง เนื่องจากแต่ละครอบครัวมีธาตุเจ้าเรือนแตกต่างกัน การกำเริบ หย่อน พิการ ไม่เหมือนกัน เปรียบเสมือนการถ่ายทอดหน่วยพันธุกรรมจากรุ่นสู่รุ่น คือ ปู่ หรือย่า ตา หรือยาย เป็นริดสีดวง รุ่นลูก หรือหลานมีโอกาสมากที่เป็นริดสีดวง อาจได้ข้อสรุปเบื้องต้นดังนี้

++++ สาเหตุของปัญหาท้องผูก คือ
1. พฤติกรรม เช่น การบริโภค การใช้ชีวิต เป็นต้น
2. กรรมพันธุ์ เช่น ปู่ ย่า ตา ยาย มีประวัติเป็นริดสีดวง ลูกหลานมีโอกาสมากที่จะเป็นริดสีดวงในอนาคตเพราะท้องผูก อุจจาระแข็ง หูรูดฉีก เส้นเลือดดำก็โป่งพองเมื่อเบ่งถ่าย
เนื่องจากสาเหตุของปัญหาท้องผูก ซึ่งเกิดจากพฤติกรรม สามารถแก้ไขให้สมดุลได้ปัญหาท้องผูกก็หมดไป โรคริดสีดวงก็ไม่เกิด แต่ถ้าสาเหตุของปัญหาท้องผูก ซึ่งเกิดจากกรรมพันธุ์ แม้ว่าจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้วก็ไม่อาจแก้ปัญหาท้องผูกได้ เป็นเหตุให้ท้องผูก อุจจาระแข็ง ต้องเบ่งถ่าย หูรูดฉีกเมื่ออุจจาระแข็งเสียดสี เส้นเลือดดำโป่งพองบริเวณรอยฉีกซึ่งเป็นจุดที่บอบบางที่สุดเวลาเบ่งถ่ายในครั้งต่อไป สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นซ้ำๆเป็นเวลานานเป็นปีๆ จนรอยฉีกในตอนแรกเกิดเป็นติ่งไตเข้าสู่ระยะที่ 1 ของริดสีดวง รอคอยเวลาพัฒนาสู่ระยะสุดท้ายภายใน 5 ปี 10 ปี 20 ปี หรือมากกว่า 30 ปี ขึ้นอยู่กับหลายๆปัจจัย รูปทรงหัวริดสีดวงก็มีหลากหลายรูปทรง เช่น เดือยไก่ กลีบมะไฟ บานทะโรค เป็นต้น ขึ้นอยู่กับตำแหน่งการแตกของหัวริดสีดวงเกิดขึ้นซ้ำๆเรื้อรังหลายปี ทำให้รูปทรงเปลี่ยนไปตามที่กล่าวข้างต้น ส่วนเป็นริดสีดวงภายใน หรือภายนอกขึ้นอยู่กับรอยฉีกบริเวณหูรูดในตอนแรกเริ่ม ส่วนจำนวนหัวริดสีดวง ขึ้นอยู่กับจำนวนรอยฉีกบริเวณหูรูดในตอนแรกเริ่มเช่นกัน เข้าเรื่อง"สาเหตุหลักของโรคริดสีดวงที่หลีกเลี่ยงได้"กันดีกว่า




การฉีกขาดบริเวณหูรูดทวารหนัก (Anal Fissure)

++++ หูรูดฉีก การฉีกขาดบริเวณหูรูดทวารหนัก ชาวบ้านเรียกว่า "ตูดฉีก" อันเนื่องมาจากการเบ่งถ่ายเพราะอุจจาระแข็ง เสียดสีผนังหูรูดที่บอบบางทำให้ขีดข่วนถลอกฉีกขาด ซึ่งรอยฉีกขาดนี้เองเป็นจุดบอบบางที่สุด ถ้าเวลาเบ่งถ่ายครั้งต่อไปเกิดขึ้นขณะที่แผลฉีกขาดยังไม่หายสนิท ทำให้เส้นเลือดดำโป่งพองเหมือนลูกโป่งที่ถูกเป่าลมโดยแรงเบ่งบริเวณรอยฉีกขาด ถ้าเบ่งแรงเกินไปอาจทำให้ลูกโป่งแตก แต่แทนที่จะเป็นลมออกมากลับเป็นเลือดสดๆพุ่งออกมา แล้วเหตุการณ์ต่างๆดังกล่าวก็เกิดขึ้นตามลำดับซ้ำๆ สาเหตุที่อุจจาระแข็ง ทำให้ท้องผูก มี 2 สาเหตุดังที่กล่าวไว้แล้ว คือ 1. พฤติกรรม 2. กรรมพันธุ์ หมอแนะนำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคและการใช้ชีวิตก่อน ถ้าไม่ได้ผลอาจต้องใช้สมุนไพรช่วย ซึ่งเป็นสมุนไพรสกัดใช้ทาก่อนนอน(ไม่เจ็บไม่แสบ) แม้ว่าเราไม่สามารถแก้ปัญหาท้องผูกได้ แต่เราหลีกเลี่ยงการฉีกขาดได้ หรือฉีกขาดแล้วเราหลีกเลี่ยงการโป่งพองได้ ถ้าทำให้หูรูดแข็งแรงขึ้น ยืดหยุ่นได้ดี มีความต้านทานต่อการขีดข่วน ทนต่อแรงดันเลือดจากการเบ่งได้ ระยะเวลาการใช้สมุนไพรขึ้นอยู่กับความพอพอใจของผู้ป่วย อาจใช้เป็นประจำ หรือใช้เมื่อมีอาการท้องผูก ให้สังเกตดูว่า เมื่อท้องผูก ต้องเบ่งถ่ายแล้ว ยังรู้สึกแสบอยู่หรือเปล่า ถ้าไม่แสบแสดงว่าไม่มีการฉีกขาดเกิดขึ้น ก็สามารถหยุดใช้สมุนไพรได้ แต่ถ้าไม่มันใจจะใช้ประจำก็สามารถทำได้ไม่มีผลข้างเคียง

++++ นอกจาก 2 สาเหตุหลักของปัญหาท้องผูกจนทำให้หูรูดฉีกขาดดังกล่าวแล้ว ยังมีสาเหตุอื่นๆอีกมากมาย เช่น การคลอดลูก/ขณะตั้งครรภ์ท้องจะผูก การมีเพศสัมพันธ์ทางทวาร เป็นต้น ซึ่งทำให้บริเวณขอบหูรูดทวารฉีกขาดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตำแหน่งที่ฉีกขาดอาจอยู่ด้านนอกหรือด้านในขอบหูรูดทวาร (External Hemorrhoids และ Internal Hemorrhoids) บางรายเป็นทั้งภายในและภายนอกขยายโตขึ้นมีรูปทรงไปต่างๆ เช่น เดือยไก่ กลีบมะไฟ บานทะโรค เป็นต้น ดังที่หมอได้กล่าวไว้ เป็นเหตุสุดวิสัยที่ทำให้เกิดริดสีดวงตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน แต่ก็ยังมีทางรักษาที่ง่ายๆไม่เจ็บเลยโดยการใช้สมุนไพรทาสมานแผล และสมุนไพรรับประทานรักษาโดยตรง แต่จะได้ผลแน่นอนในระยะที่ 1 และระยะที่ 2 เท่านั้น โรคริดสีดวงระยะที่ 1(ระยะแรกเริ่ม)



โรคริดสีดวงทวารระยะที่ ๒ หัวริดสีดวงฯโผล่ออกมานานๆครั้ง ไม่บ่อยนัก กลับเข้าไปได้เอง
(2nd Stage of Hemorrhoids)

++++ ระยะที่ 2 เป็นระยะที่หัวริดสีดวงเริ่มโผล่ออกมานานๆครั้ง ไม่บ่อยนัก และกลับเข้าไปได้เอง สามารถสัมผัสได้ด้วยนิ้วมือโดยไม่ต้องใช้ครีมหล่อลื่น เพราะหลังจากถ่ายเสร็จใหม่ๆใช้นิ้วสอดสำรวจ พบว่ามีขนาดเท่าเมล็ดถั่วลิสง ระยะนี้เป็นระยะที่สามารถใช้สมุนไพรรับประทานรักษา และใช้สมุนไพรทาสมานแผลจะได้ผลดี อาการกำเริบจะเริ่มทิ้งช่วงห่างกว่าเดิม จนกำเริบนานๆครั้ง ถ้าใช้ต่อเนื่องหลายๆเดือนอาการกำเริบก็จะหายไป ขนาดจะยุบเล็กลงหรือไม่โตไปกว่าเดิม อาจใช้เวลาหลายเดือนจึงจะเห็นผล

++++ ข้อแนะนำจาก....แพทย์แผนไทย
+ ควรหมั่นสำรวจการเปลี่ยนแปลงของขนาดอยู่เสมอ
+ ควรรับประทานยาระบายเมื่อถ่ายผูก อุจจาระแข็ง ห้ามเบ่งถ่ายเด็ดขาด
+ ควรรับประทานสมุนไพรบรรเทาเพื่อไม่ให้ขนาดโตขึ้น
+ ควรใช้สมุนไพรทาเคลือบหัวด้วยตัวเองก่อนเพื่อลดขนาดลงเรื่อยๆ
++++ หมายเหตุ ยาสมุนไพรทาเคลือบหัวเป็นยาสำหรับคนไข้ของหมอ ซึ่งปรุงและจ่ายโดยหมอรักษาโรค ไม่มีวางจำหน่าย ++++

++++ ถ้าปล่อยไว้โดยไม่ทำอะไรเลย จะขยายขนาดเข้าสู่ระยะที่ 3




โรคริดสีดวงทวารระยะที่ ๓ หัวริดสีดวงฯโผล่ออกมาเกือบทุกครั้งที่ถ่าย กลับเข้าไปได้เอง แต่บางครั้งต้องใช้มือช่วย
(3rd Stage of Hemorrhoids)

++++ ระยะที่ 3 เป็นระยะที่หัวริดสีดวงโผล่ออกมาเกือบทุกครั้งที่ถ่าย และกลับเข้าไปได้เอง แต่บางครั้งต้องใช้มือช่วย สามารถสัมผัสได้ด้วยนิ้วมือโดยง่ายเพราะหลังจากถ่ายเสร็จใหม่ๆ พบว่ามีขนาดเท่าเมล็ดขนุนหรือเท่านิ้วหัวแม่มือ ระยะนี้เป็นระยะที่ไม่สามารถรับประทานสมุนไพรรักษาได้ เพราะไม่ได้ผลเลยแม้แต่น้อย ขนาดไม่ยุบเล็กลง แต่สามารถทาสมุนไพรรักษาทำให้หัวริดสีดวงหลุดภายใน 2 อาทิตย์ วิธีนี้เจ็บแน่นอน และสามารถระบุเวลาได้ว่าจะหายเมื่อไหร่ ใช้เวลาไม่เกินเดือนก็จะเห็นผลแต่ต้องทนเจ็บปวด และสามารถทำเองในห้องน้ำที่บ้านได้

++++ ข้อแนะนำจาก....แพทย์แผนไทย
+ ควรหมั่นสำรวจการเปลี่ยนแปลงของขนาดอยู่เสมอ
+ ควรรับประทานยาระบายเมื่อถ่ายผูก อุจจาระแข็ง ห้ามเบ่งถ่ายเด็ดขาด
+ ไม่ควรรับประทานสมุนไพรบรรเทาเพราะไม่ได้ผลเลยแม้แต่น้อย (ขนาดจะโตขึ้นเองเรื่อยๆ)
+ ควรใช้สมุนไพรทาเคลือบหัวด้วยตัวเอง ต้องใช้ 2-3 ครั้งจึงหายหมด ขึ้นอยู่กับการทายาของคนไข้
++++ หมายเหตุ ยาสมุนไพรทาเคลือบหัวเป็นยาสำหรับคนไข้ของหมอ ซึ่งปรุงและจ่ายโดยหมอรักษาโรค ไม่มีวางจำหน่าย ++++

++++ ถ้าปล่อยไว้โดยไม่ทำอะไรเลย จะขยายขนาดเข้าสู่ระยะที่ 4(สุดท้าย)ในที่สุด




โรคริดสีดวงทวารระยะที่ ๔ หัวริดสีดวงฯโผล่ออกมาทุกครั้งที่ถ่าย กลับเข้าไปเองได้ยาก ต้องใช้มือและยาช่วยทุกครั้ง
(4th Stage of Hemorrhoids)

++++ ระยะที่ 4(สุดท้าย) เป็นระยะที่หัวริดสีดวงโผล่ออกมาทุกครั้งที่ถ่าย และกลับเข้าไปได้ยาก ต้องใช้มือและยาช่วยทุกครั้ง พบว่ามีขนาดโตกว่าเมล็ดขนุนหรือโตกว่านิ้วหัวแม่มือ และมีจำนวนมากกว่า 1 หัว ระยะนี้เป็นระยะที่ไม่สามารถรับประทานสมุนไพรรักษาได้ เพราะไม่ได้ผลเลยแม้แต่น้อย ขนาดไม่ยุบเล็กลง
แต่สามารถทาสมุนไพรรักษาทำให้หัวริดสีดวงหลุดภายใน 2 อาทิตย์ วิธีนี้เจ็บแน่นอน และสามารถระบุเวลาได้ว่าจะหายเมื่อไหร่ ใช้เวลาไม่เกินเดือนก็จะเห็นผลแต่ต้องทนเจ็บปวด และหมอต้องเดินทางไปรักษาให้เท่านั้น

++++ ข้อแนะนำจาก....แพทย์แผนไทย
+ ควรหมั่นสำรวจการเปลี่ยนแปลงของขนาดอยู่เสมอ
+ ควรรับประทานยาระบายเมื่อถ่ายผูก อุจจาระแข็ง ห้ามเบ่งถ่ายเด็ดขาด
+ ไม่ควรรับประทานสมุนไพรบรรเทาเพราะไม่ได้ผลเลยแม้แต่น้อย (ขนาดจะโตขึ้นเองเรื่อยๆ)
+ ควรใช้สมุนไพรทาเคลือบหัวด้วยตัวเอง แต่ต้องอยู่ในความดูแลของหมอเพราะใช้ยาเพียงครั้งเดียว
++++ หมายเหตุ ยาสมุนไพรทาเคลือบหัวเป็นยาสำหรับคนไข้ของหมอ ซึ่งปรุงและจ่ายโดยหมอรักษาโรค ไม่มีวางจำหน่าย ++++

++++ ถ้าปล่อยไว้โดยไม่ทำอะไรเลย จนกลายเป็นมะเร็ง(มะเร็งลำไส้)ในที่สุด



โรคริดสีดวงทวารกลายเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ รักษาไม่ได้
(Colorectal Cancer)

++++ มะเร็งลำไส้ เป็นระยะที่หัวริดสีดวงกลายเป็นมะเร็งและลามไปในลำไส้ใหญ่อย่างรวดเร็ว อันตรายมาก ให้คนไข้สังเกตตัวเองว่า ไม่มีเลือดออกอย่างที่เคย แต่จะมีน้ำที่มีกลิ่นเหม็นออกมาอยู่ตลอดแทนไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนก็มีกลิ่นเหม็นตลอด วิธีการรักษาโดยแพทย์แผนไทย ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้

++++ ข้อแนะนำจาก....แพทย์แผนไทย
+ ควรไปพบศัลยแพทย์เพื่อผ่าตัดลำไส้ทิ้งเสีย และเปลี่ยนช่องขับถ่ายมาไว้ที่หน้าท้องเพื่อรักษาชีวิต
+ ควรเลือกโรงพยาบาลที่มีเครื่องมือทันสมัยจะได้ไม่เสี่ยงมาก

++++ จำไว้ว่า ระยะที่ 1-2 ควรหายาสมุนไพรรับประทานก็หาย แต่ถ้ายังไม่เป็นมะเร็งและอยู่ในระยะที่ 3-4 เลือกสมุนไพรทารักษา

คลินิกการแพทย์แผนไทยธรรมวุฒิ ใบอนุญาตเลขที่ 61108000149
เป็นผู้ผลิตน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ สกัดเย็น100% ขายในเว็บ Oil.in.th
ควบคุมการผลิตโดย...หมอวุฒิชัย คลุ่ยทอง (ครูแพทย์แผนไทย) บ.ว., บ.ภ. และบ.ผ.

เว็บไซต์ :www.watpo.com
88/19 ถ.ศรีน้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัยธานี 61000
โทร : 056-512-502 l e-mail : watpotv@gmail.com

Copyright 2010, Tthai.Org. All Rights Reserved.