โรคริดสีดวงทวาร (Hemorrhoids)
++++ ริดสีดวงทวาร คือ อาการของเส้นเลือดดำโป่งพองที่บริเวณขอบทวาร มีทั้งที่บริเวณขอบด้านในและขอบด้านอก เรียก "External hemorrhoids และ Internal hemorrhoids" คนส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าตัวเองเป็นริดสีดวงทวาร จนกว่าจะมีอาการอักเสบอันเนื่องจากการรับประทานอาหารแสลงกับโรค ในปริมาณที่มากกว่าปกติ เช่น ข้าวเหนียว, เนื้อ(วัว/ควาย), อาหารทะเล, ของหมักของดอง( ปลาร้า/หน่อไม้ดอง), เครื่องดื่มอัลกอฮอล์(สุรา/เบียร์) เป็นต้น ทำให้ระบบขับถ่ายผิดปกติจนเป็นเหตุให้อาการกำเริบ ซึ่งแต่ละรายมีอาการมากน้อยแตกต่างกันไป ส่วนใหญ่จะพบว่าตัวเองมีอาการก็เข้าสู่ระยะที่ 1 แล้ว คือ เป็นติ่งไตขนาดเท่าเมล็ดถั่วเขียว มีเลือดสดๆออก ปวดตุ๊บๆ บริเวณปากทวาร(หูรูดทวาร)หลังจากถ่ายผูก และจะหายไปเองเมื่อระบบขับถ่ายเป็นปกติ(ท้องไม่ผูก) บางรายกำเริบไม่นาน บางรายกำเริบเป็นวันหรือหลายวัน แต่ถ้าเป็นคนช่างสังเกตสักหน่อยและเอาใจใส่สุขภาพอยู่บ้างโอกาส เป็นริดสีดวงก็น้อยลง เพราะคนพวกนี้จะไม่ยอมให้ท้องผูกเด็ดขาด ไม่ชอบเบ่งถ่าย ถึงแม้บางวันท้องผูก อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อาจมีอาการแสบหูรูดทวารหลังจากถ่าย(หูรูดฉีกขาด) ก็รีบใช้สมุนไพรทาสมานแผล โอกาสเส้นเลือดโป่งพองก็แทบไม่เกิด เมื่อปราศจากเหตุปัจจัยทำให้เกิดโรค โรคริดสีดวงเลยไม่เกิด แต่ถ้าเป็นคนไม่ช่างสังเกต ไม่เอาใจใส่สุขภาพเลย รับรองได้ริดสีดวงมาเยื่อนในไม่ช้าแน่นอนครับ
++++ ข้อดีของการกำหนดชะตาตัวเอง ผู้ป่วยบางรายเมื่อรู้ว่าตัวเองเป็นริดสีดวงไม่ว่าระยะที่ 1 หรือระยะที่ 2 ก็รีบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคและใช้สมุนไพรตามคำแนะนำของหมอ ไม่นานอาการก็ไม่กำเริบและหัวริดสีดวงก็ไม่ขยายขนาดจนในที่สุด หัวริดสีดวงก็ยุบฝ่อไปเอง อาจใช้เวลาอยู่บ้าง บางรายนานหลายเดือน บางรายนานเป็นปีๆ อาจใช้สมุนไพรทาสมานแผลเป็นครั้งคราวเมื่อท้องผูก โอกาสเส้นเลือดโป่งพองบริเวณรอยฉีกขาดก็ไม่เกิด เพราะหูรูดทวารมีความแข็งแรงและยืดหยุ่นได้ดี
++++ ข้อเสียของการปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยไม่ทำอะไรเลย ผู้ป่วยบางรายไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคปล่อยไปตามกาลเวลา มีโอกาสมากที่หัวริดสีดวงจะขยายขนาดเข้าสู่ระยะที่ 2 และ 3 จนเข้าสู่ระยะสุดท้ายในที่สุด เพราะการถ่ายยาก ท้องผูก ต้องเบ่ง อาการกำเริบจะเกิดขึ้นซ้ำๆจนเป็นกิจวัตรประจำวันแล้วก็สามารถทนได้ในที่สุด และผู้ป่วยคิดว่าเป็นเรื่องปกติของโรคไม่ร้ายแรงอะไร เดียวก็หายเอง หายเองจริงๆครับเพราะถ้าท้องไม่ผูกก็ปกติทุกอย่าง ชีวิตราบรื่นสบายดี แต่เมื่อถึงจุดที่ทนไม่ไหวแล้ว ปวดมาก หัวริดสีดวงโผล่ออกมามากกว่าทุกที ขนาดก็ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมมาก เป็นเหตุให้ต้องทำการผ่าตัดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าผู้ป่วยรายนั้นไม่ทำการผ่าตัด ก็มีโอกาสมากที่จะกลายเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ต่อไปในอนาคต เมื่อถึงตอนนั้นต้องผ่าตัดลำไส้ใหญ่ทิ้งเพื่อรักษาชีวิตเอาไว้ก่อน ตามคำวินิจฉัยของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะเกรงว่ามะเร็งจะรุกลามไปยังอวัยวะภายในอื่นๆ ทำการเปลี่ยนช่องขับถ่ายให้ใหม่มาไว้ที่ช่องท้องผู้ป่วยๆต้องดูแลเรื่องความสะอาดให้ดี เพราะมีโอกาสมากที่จะติดเชื้อจนทำให้เสียชีวิต ที่หมอพูดมาทั้งหมดนี้เป็นเพียงคำเตือนให้ผู้ป่วยที่เป็นริดสีดวงระยะแรก เปลี่ยนแนวคิดใหม่ว่า โรคร้ายหายได้ ป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นได้ แต่ถ้าปล่อยเวลาผ่านไปโดยไม่ทำอะไรเลย ผลก็จะเกิดตามที่หมอได้กล่าวไว้เป็นลำดับ อาจใช้เวลาแค่ 5 ปี 10 ปี 20 ปี บางราย นานกว่า 30 ปี