ถาม |
ริดสีดวงทวาร คือ อะไร? |
ตอบ |
กลุ่มก้อนเนื้อเยื่อ และเส้นเลือดที่มีการขยายตัวอันเนื่องจากการขอดขังคลั่งของเลือด บริเวณปลายลำไส้ตรงติดกับหูรูด เพราะการเบ่งถ่ายจึงทำให้ความดันเลือดสูงบริเวณนั้น แล้วเกิดการฉีกขาดขึ้น เหมือนลูกโป่งที่ถูกเป่าน้ำเข้าไป แต่เลือดไม่สามารถไหลกลับได้จึงทำให้ขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุของผู้เป็นจนโตขึ้นตามลำดับ |
ถาม |
ริดสีดวงมีกี่ประเภท? |
ตอบ |
กลุ่มก้อนเนื้อเยื่อและเส้นเลือดที่เกิดขึ้นผิดปกติส่วนใหญ่เรียกว่า "ริดสีดวง" เช่น ริดสีดวงตา ริดสีดวงจมูก ริดสีดวงกล่องเสียง ริดสีดวงปาก ริดสีดวงลำไส้ และริดสีดวงทวาร เป็นต้น กรณีริดสีดวงที่เกิดบริเวณปลายลำไส้ตรงหรือขอบหูรูด รวมเรียกว่า "ริดสีดวงทวาร" (ริดสีดวงภายในและริดสีดวงภายนอก) แต่โบราณจริงๆเรียกตามลักษณะของก้อนเนื้อเยื่อ เช่น บานทะโรค กลีบมะไฟ เดื่อยไก่ เป็นต้น |
ถาม |
สาเหตุที่เป็นริดสีดวงทวาร มีอะไรบ้าง? |
ตอบ |
- กรรมพันธุ์ เป็นสาเหตุใหญ่ มากกว่าครึ่ง ถ้าซักประวัติจะพบว่า พ่อบ้าง แม่บ้าง ปู่บ้าง ย่าบ้าง ตาหรือยายบ้างเคยเป็นมาก่อน แต่ถ้าโครตไหนไม่เป็นก็จะไม่ค่อยพบโรคนี้เท่าไรนัก น่าจะเป็นเพราะความเหนี่ยว และความแข็งแรงของเส้นเลือดบริเวณนั้นๆไม่เท่ากัน จึงทำให้ไม่โป่งพองง่ายและยากต่อการฉีกขาดถึงแม้ขี้จะแข็งก็ตาม...
- แต่ถ้าความเหนี่ยว และความแข็งแรงของเส้นเลือดมีน้อย ปัจจัยรองน่าจะเป็นเพราะอุปนิสัยการใช้ชีวิตที่เสี่ยงต่อการทำให้เส้นเลือดโป่งพอง และฉีกขาด เช่น กินอาหารที่ทำให้ขี้แข็ง นั่งนานเกินไปทำให้เลือดคลั่งขอดบริเวณนั้น เลือดไม่ไหลกลับ นานๆจึงเปลี่ยนท่าเสียที เป็นต้น
- และสาเหตุต่างๆอีกมากมาย เช่น ความเครียด กาแฟ เนื้อสัตว์ แม้แต่เข้าห้องน้ำไม่เป็นเวลา เป็นต้น
|
ถาม |
มีวิธีป้องกันอย่างไรบ้าง? |
ตอบ |
- ถ้าโครตเหง้าไม่เป็นก็ไม่ต้องกลัวหรือกังวลมากนัก เพียงแต่ขับถ่ายให้ได้ทุกวันก็เพียงพอ
- หลีกเลี่ยงอาหารที่ย่อยยาก เช่น เนื้อสัตว์ ไขมันสัตว์ อาหารทะเล และอัลกอฮอล์ เป็นต้น
- เลือกกินผักให้หลากหลายเป็นประจำ จะกินเป็นสลัดก็อร่อยดี แต่ผลไม้ต้องเลือกเป็นอย่างๆเพราะบางอย่างน้ำตาลมาก เช่น มะม่วง เงาะ เป็นต้น
- อย่าทำอะไรนานเกินไป โดยเฉพาะการนั่งทำงานนานๆ แต่นั่งสมาธินานๆไม่เป็นอะไร เพราะความดันเลือดของคนนั่งทำงานจะไปอัดกันบริเวณที่นั่งกดทับมากกว่าเดิมมาก
- ดื่มน้ำให้มาก วันละ 2 ลิตร หรือดื่มน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ สกัดเย็น เช้า-เย็น เป็นประจำ ครั้งละ 3-4 ช้อนโต๊ะ จะช่วยให้ระบบเลือด/หลอดเลือดดีมากๆ และการขับถ่ายก็ดีมากอีกด้วย...
|
ถาม |
มีวิธีรักษากี่วิธี อะไรบ้าง? |
ตอบ |
บอกง่ายๆว่า มีหลากหลายวิธีมาก เช่น รัดหนังยาง จี้ไฟฟ้า จี้เย็น ผ่าตัดเดิมๆ ยาต้ม ยากิน และยาทา เป็นต้น ส่วนค่าใช้จ่ายก็ต่างกันไป |
ถาม |
ที่นี่...คลินิกการแพทย์แผนไทยธรรมวุฒิ รักษาอย่างไร? |
ตอบ |
- ระยะแรกให้กินยา(สมุนไพรเพชรสังฆาต)ก่อน ต้องกินคู่กับน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ สกัดเย็น รับประทาน 3 เวลา ก่อนอาหาร 30 นาที เช้า-กลางวัน-เย็น ครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ(15 ซีซี) เป็นประจำทุกวัน
- ระยะที่ 2 ก็ทำเหมือนระยะแรก แต่ระยะนี้จะอักเสบบ่อยมากขึ้น สามารถใช้น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ สกัดเย็น ผสมกับไพลสดโครกตำละเอียด หมักรวมกัน 7 วัน แล้วนำน้ำมันมาทาสมานแผลอักเสบได้ แก้อาการปวดได้ดีมาก
- ระยะที่ 3-4 (ระยะสุดท้าย) การกินยาอาจช่วยได้แค่บรรเทากันไปเป็นครั้งคราวเท่านั้น ควรเลือกวิธีรักษาเสียก่อนจะสาย แต่น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์สามารถใช้ได้ตลอด ทางคลินิกฯใช้สมุนไพรสกัดเป็นน้ำสีเหลืองอมแดง ใช้ทาที่หัวริดสีดวงฯ ทาเพียงครั้งเดียว โดย...ผู้ป่วยทายาเองในห้องน้ำนาน 1 ชม. หลังจากนั้นหมอจะทายาซ้ำให้ในห้องตรวจ(ผู้ป่วยต้องมีญาติมาด้วย) หลังจากนั้นกลับบ้านได้ หัวจะหลุดภายใน 7-15 วัน ระยะนี้ให้อดของแสลงและล้างน้ำทำความสะอาดให้บ่อยที่สุด
|
ถาม |
จะหาสมุนไพรเพชรสังฆาต และน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์จากที่ไหน? |
ตอบ |
สมุนไพรเพชรสังฆาตหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป ดูวันผลิตและทะเบียนยาด้วย ส่วนน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ สกัดเย็น ก็เช่นกันมีขายตามท้องตลาด วิธีเลือกดูดังนี้
1. ต้องเป็นน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ สกัดเย็น เพราะเราต้องกินเข้าไป แต่ทางโบราณเราแม้แต่เอากะทิมาเคี่ยวไฟได้น้ำมันมาใช้ได้ทันที อย่างนี้ก็ยังมีประโยชน์เช่นกัน แต่วิตามินอีอาจน้อยลงเท่านั้น ยังดีกว่าน้ำมันRBD (น้ำมันในห้องครัวเรานี้เองมีสารฟอกน้ำมันต่างๆ เช่น สารฟอกสกัดน้ำมันให้บริสุทธิ์ สารฟอกสีให้ใส สารกันหืน ปนเปื้อนอยู่เรากินกันทุกวัน เป็นสาเหตุโรคต่างๆมากมายตามมา)
2. ดูวันผลิตให้ดี เพราะยิ่งใหม่ยิ่งดี แต่ไม่มีก็เอาที่มีวันผลิตล่าสุดใหม่ที่สุดดีกว่า สำคัญที่สุด (ความจริงถ้าบ้านไหนมีมะพร้าวมากๆ ทำกินทำใช้ทำขายจะดีมากเพราะจะได้ใช้ของใหม่ๆฝีมือเราเอง)
3. ดูผู้ผลิตด้วย ถึงแม้น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ จะขายได้โดยไม่มี อ.ย. ก็ตาม เพราะเราจะได้รู้ถึงความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า เราไม่ได้กินกันเพียงครั้งเดียว เรากินกันเป็นประจำ สามารถลดการนำเข้ายาเคมีได้มาก บริษัทยา(เคมี)ไม่ชอบแน่ถ้าคนไทยฉลาดขึ้น สุขภาพดีขึ้น
เราผลิตให้ได้ใช้กันเพราะการทำสดๆใหม่ๆจะได้สรรพคุณสูงสุดมากกว่า ดูรายละเอียดที่เว็บ Oil.in.th |